แมนฯ ซิตี้
แมนฯ ซิตี้

สถานการณ์คะแนนของ แมนฯ ซิตี้ ในการล้มลิเวอร์พูลและกระชากแชมป์พรีเมียร์ลีกกลับสู่อ้อมกอด ทางทฤษฎียังไหว แต่ทางปฏิบัติคงป็นไปไม่ได้ มันจึงควรถึงเวลายอมจำนนอย่างแท้จริงสำหรับเป๊บ กวาร์ดิโอล่า

การป้องกันแชมป์ไม่ได้ไม่ถึงกับต้องโอดครวญจะเป็นจะตาย ลิเวอร์พูลเคยทำให้เรือใบสีฟ้าเห็นมาแล้วว่าถึงจะเจ็บปวดใจแค่ไหน กับการที่มีคะแนนสูงมากถึง 97 แต้มยังไม่สามารถเป็นแชมป์ลีก แต่การได้รางวัลถ้วยบิ๊กเอียร์ในฐานะจ้าวยุโรปก็ทดแทนกันได้อย่างยอดเยี่ยม

เป๊บ กวาร์ดิโอล่าและสาวก แมนฯ ซิตี้ รู้ดีว่าถ้วยนี้เป็นหนึ่งเป้าหมายที่พวกเขามีศักยภาพพอคว้ามาครอบครอง แต่มันไม่เคยสำเร็จ เหมือนทุกอย่างยังไม่เข้าจุดลงตัว และถ้าพวกเขาเลือกที่จะเลิกใส่ใจว่าจะแพ้หรือชนะในเกมพรีเมียร์ลีก แบบเข้าทำนองว่าดิ้นรนไปก็เท่านั้น ในวันที่ลิเวอร์พูลเอาจริงเอาจังเพื่อเป็นแชมป์ลีกอังกฤษยิ่งกว่า ท้ายที่สุดพวกเขาพยายามไปก็เหนื่อยเปล่า สู้เอาทุกแรงพลังมาล่าแชมป์ที่ยิ่งใหญ่ทัดเทียมกันได้ไม่ดีกว่าหรือ

พิจารณาจากคะแนนในตารางพรีเมียร์ลีก โปรแกรมและเงื่อนไขการลงเล่น หากเรือใบสีฟ้าต้องการทำทั้งขัดขวางการได้แชมป์ของลิเวอร์พูล และเอาตัวเองผ่านเข้ารอบด้วยการคว่ำเรอัล มาดริด มันไม่ใช่เรื่องที่เกิดประโยชน์แน่ แมนฯ ซิตี้ ควรเลือกทางที่ดีที่สุด ทำให้ดีที่สุดในสิ่งที่สมควร และมันคือการเทหัวใจให้กับการเล่นแชมเปี้ยนลีกเสีย

ขุนพลเรือใบสีฟ้าจะมีเวลาไม่มากนักในการตั้งสมาธิเกมต่อเกมในการเล่นกับเวสต์แฮม เลสเตอร์และเรอัล มาดริด สิ่งที่พอจะมองได้เช่น เล่นกับเวสต์แฮมไม่ต้องเต็มพิกัดแบบมี 10 ใส่ 10 ก็สามารถเอาชนะได้ เกมกับเลสเตอร์ถึงแพ้ก็ไม่เสียหาย เมื่อพวกเขาจะกอดคอการันตีตั๋วไปแชมเปี้ยนลีกปีหน้าได้ไม่ยากอยู่แล้ว  เกมกับเรอัลที่จะต้องลงเล่น 3 นัดในรอบไม่ถึง 10 วัน ถ้าวางแผนไม่ดีมีแต่ผลเสีย

สาวก แมนฯ ซิตี้ น่าจะเข้าใจถึงอารมณ์อยากได้ถ้วยแชมเปี้ยนลีกของนักเตะในทีมอยู่แล้ว เพราะมันไม่แตกต่างจากสาวกหงส์แดงที่ไม่เคยได้แชมป์พรีเมียร์ก็อยากได้แชมป์พรีเมียร์ แต่แชมป์ยุโรปได้มากถึง 6 สมัยมันก็ย่อมรู้สึกดี แต่มันไม่ใช่ที่สุดในชีวิต

กลับกันสาวกเรือใบน่าจะจำอารมณ์วันที่ทีมกลับมาเป็นแชมป์ลีกสูงสุดในฤดูกาล 2011/2012 สิ้นสุดการรอคอยที่ยาวนาน 50 กว่าปีได้ หลังจากนั้นพวกเขากับตำแหน่งเบอร์หนึ่งของเกาะอังกฤษก็เหมือนเป็นของคุ้นเคยกัน ผิดกับการเป็นเบอร์หนึ่งยุโรป หงส์แดงคุ้นเคยกับสิ่งนั้นแต่ แมนฯ ซิตี้ ไม่ และเป๊บ กวาร์ดิโอล่าก็ย้ำอยู่เสมอว่านี่คือถ้วยที่เขาต้องการอย่างยิ่งให้การพิสูจน์ความสามารถตัวเอง และสร้างตำนานการคว้าแชมป์ให้ทุกคนยอมรับ

จากนี้ไปจะไม่แปลกใจเลย หากแฟนบอลจะได้เห็นการจัดทัพแบบเข้าเกียร์หนึ่งในเกมพรีเมียร์ลีกของเป๊บ กวาร์ดิโอล่า และใส่เกียร์ห้าติดเทอร์โบในเกมแชมเปี้ยนลีก เพราะคุณค่า ความหมาย ความท้าทายและความภาคภูมิใจในการได้แชมป์และชูถ้วยยุโรปฤดูกาลนี้เท่านี้ ที่จะสามารถทดแทนความผิดหวังจากการเสียแชมป์ลีกของ แมนฯ ซิตี้ ได้ สมัครแทงบอล