ลิเวอร์พูล
ลิเวอร์พูล

ตอนที่เจอร์เก้น คล็อปป์ตัดสินใจเข้ามาคุมบังเหียนพาหงส์แดงกลับสู่ที่ที่เคยอยู่ กลับสู่จุดที่ควรเป็น ตอนนั้นเจอราร์เดินออกไปจากสโมสรไปอเมริกาแล้ว ดังนั้นทั้งสองคนจึงไม่เคยทำงานร่วมกันในฐานะผู้จัดการทีมกับนักเตะ

ลิเวอร์พูล ของเจอร์เก้น คล็อปป์ค่อยๆ สร้างความมั่นคงทั้งผลงานการแข่งขันและการเงินของสโมสร ซึ่งพอตัดสินใจแขวนสตั๊ด เจอราร์ดก็ได้รับโอกาสให้กลับมาเริ่มต้นงานโค้ชที่ ลิเวอร์พูล โดยการทำงานกับทีมอะคาเดมี่  เป็นช่วงเวลาแรกที่เจอราร์ดสามารถอยู่ใกล้ ดูการทำงานของคล็อปป์ และซึมซับเอามาใช้งานเพื่อพัฒนาตัวเอง แน่นอนว่าทุกอย่างก็ยังคงอยู่ในแนวทางที่บอสสูงสุดวางไว้ และอดีตกัปตันทีมหมายเลข 8 ก็มีหน้าที่เพียงแค่จัดการตามแนวทางนั้น

ผลงานการคุมทีมชุด U-18 ของเจอราร์ดยอดเยี่ยมมาก ส่วนหนึ่งมาจากการที่เขาได้รับการส่งต่อแนวทางการทำทีมลงมาเป็นลำดับ จากคล็อปป์สู่อิงเกิลโทรป จากอิงเกิลโทรปสู่เจอราร์ด ซึ่งเท่ากับว่าแนวทางของ ลิเวอร์พูล ในอนาคตที่กุนซือเยอรมันวางไว้นั้น เจอราร์ดได้เรียนรู้แล้วในช่วงเวลาดังกล่าว

มันค่อนข้างชัดเจนมากว่าตัวสตีเว่น เจอราร์ดนั้นมีทุกอย่างเหมาะสมในการเป็นผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ในอนาคต ทั้งในฐานะนักเตะที่เป็นตำนาน เป็นที่ยอมรับ และเป็นแบบอย่างที่เหล่าแข้งรุ่นน้องและรุ่นหลานในอนาคตยินดีฟังและเชื่อ แต่ที่เขาต้องมีคือประสบการณ์ในการทำหน้าที่กุนซือ

และตรงนี้เองที่ ลิเวอร์พูล โชคดีมาก เพราะเจอร์เก้น คล็อปป์ให้ความสำคัญกับการเติบโตในบทบาทกุนซือของเจอราร์ดมากจริงๆ  อย่างที่สื่อเคยบอกว่า คล็อปป์เคยพูดเสมอว่าประตูห้องทำงานของเขานั้นเปิดรอเจอราร์ดทุกเวลา และในเชิงปฏิบัติทั้งสองคนก็เริ่มทำตัวเหมือนศิษย์และอาจารย์กันแล้ว

หลังเกมที่เรนเจอร์สแพ้เลเวอร์คูเซ่น 1-3 เจอราร์ดในฐานะกุนซือชั้นปี 1 ได้แชทถามความเห็นและคำปรึกษาจากคล็อปป์ ซึ่งแน่นอนว่ามันคือประสบการณ์ล้วนๆ ที่คล็อปป์มอบให้ผ่านคำแนะนำ ไม่ว่าจะแผนการเล่นหรือแนวทาง และเจอราร์ดก็แค่เอามันไปทำให้เกิดผลลัพธ์เหมือนที่ได้แนวทางลงมาตอนคุมอะคาเดมี่หงส์แดงนั่นแหละ

มันก็น่าจะเป็นที่เข้าใจได้ว่าคล็อปป์ซึ่งตั้งใจจะวางมือในวันใดวันหนึ่ง ก็คงอยากจะส่งต่อความสำเร็จของ ลิเวอร์พูล ให้คนที่จะสานต่อแบบเข้าใจงานของเขา ดังนั้นก็ไม่แปลกที่เจอราร์ดในตำแหน่งตัวเต็งที่จะรับงานนี้จะได่รับความช่วยเหลือจากคล็อปป์อย่างเต็มใจ.